เจ็บส้นเท้าเหมือนเหยียบตะปู” รองช้ำเรื้อรัง 3 ปี ช็อกเวฟ 12 ครั้งไม่หาย... ยังมีทางรักษากลับมาเดินสบายอีกไหม?

 



เจ็บส้นเท้าเหมือนเหยียบตะปู” รองช้ำเรื้อรัง 3 ปี ช็อกเวฟ 12 ครั้งไม่หาย... ยังมีทางรักษากลับมาเดินสบายอีกไหม?

“หมอคะ ป้าเจ็บส้นเท้ามา 3 ปีแล้ว ก้าวแรกที่ลงจากเตียงตอนเช้าเหมือนเหยียบเข็มเลยค่ะ ไปทำช็อกเวฟ (Shockwave) มาตั้ง 12 ครั้งแล้ว แรกๆ เหมือนจะดี แต่ตอนนี้กลับมาเจ็บเท่าเดิม แถมลามไปเจ็บตรงเอ็นร้อยหวายด้วย ป้าจะกลับมาเดินได้ปกติไหมคะ?”

นี่คือคำถามที่เต็มไปด้วยความท้อแท้ของคนไข้หลายคนที่เจอกับภาวะ “รองช้ำเรื้อรัง” ครับ การที่รักษามานานแล้วไม่หาย ไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีทางหายนะครับ แต่มันอาจจะแปลว่าเรายังเกาไม่ถูกที่คัน หรือพังผืดมันเปลี่ยนสภาพไปจนการรักษาเดิมๆ เอาไม่อยู่แล้ว วันนี้หมอเก่งจะมาช่วยไขปริศนานี้ และบอกวิธีที่จะทำให้คุณกลับมาเดินได้คล่องตัวอีกครั้งครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: "พี่นารี" กับรองช้ำที่ไม่ยอมจากไป

พี่นารี (นามสมมติ) อายุ 54 ปี ทำอาชีพค้าขายที่ต้องยืนเกือบทั้งวัน พี่นารีมีอาการปวดส้นเท้ามานาน 3 ปี เริ่มจากปวดแค่นิดหน่อยตอนตื่นนอน จนหลังๆ เริ่มเจ็บทุกครั้งที่เดิน และมีจุดเจ็บที่ฝ่ามือหลายจุด รวมถึงเจ็บเสียวๆ ตรงจุดเกาะเอ็นร้อยหวายที่ส้นเท้าด้านหลังด้วย

พี่นารีไปรักษามาหลายที่ ทั้งกินยา นวด และทำช็อกเวฟมาถึง 12 ครั้ง พี่นารีบอกหมอว่า "หมอคะ ช็อกเวฟครั้งหลังๆ มันเจ็บจนทนไม่ไหว แต่ทำเสร็จแล้วอาการปวดก็ยังวนกลับมาเหมือนเดิม ป้าท้อจนไม่อยากเดินไปไหนแล้วค่ะ"

เคสของพี่นารีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ "ภาวะพังผืดใต้ฝ่ามือและเอ็นร้อยหวายเสื่อมสภาพเรื้อรัง" ซึ่งต้องการการวางแผนรักษาที่มากกว่าแค่การใช้เครื่องมือนวดครับ


เมื่อ "รองช้ำ" กลายเป็น "พังผืดเสื่อม": อธิบายแบบเข้าใจง่าย

เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ หมออยากให้ลองจินตนาการว่า “พังผืดใต้ฝ่าเท้า” และ “เอ็นร้อยหวาย” ของเราเหมือนกับ “หนังสติ๊ก”ครับ

  • ตอนปกติ: หนังสติ๊กจะเหนียว นุ่ม ยืดหยุ่นได้ดี รองรับแรงกระแทกเวลาเดินได้สบาย

  • ตอนเริ่มอักเสบ (รองช้ำระยะแรก): หนังสติ๊กเริ่มบวมแดง มีรอยฉีกขาดเล็กๆ ถ้าพักและรักษาถูกจุดก็จะกลับมาเหมือนเดิม

  • ตอนเรื้อรัง 3 ปี (ระยะเสื่อมสภาพ): หนังสติ๊กเส้นเดิมถูกใช้งานหนักซ้ำๆ จนมัน “เปื่อย” และมี “รอยแผลเป็นแข็งๆ” แทรกอยู่ข้างใน พังผืดจะขาดความยืดหยุ่น กลายเป็นก้อนแข็งๆ ที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทที่ผิดปกติไปเลี้ยง ทำให้เรามีจุดกดเจ็บหลายจุด

การใช้ช็อกเวฟ (Shockwave) คือการส่งแรงกระแทกไปกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซม แต่ถ้า “หนังสติ๊กมันเปื่อยเกินไป” หรือเรายังมี “น่องที่ตึงเปรี๊ยะ” คอยดึงรั้งหนังสติ๊กนี้ตลอดเวลา ต่อให้ทำช็อกเวฟกี่ครั้ง มันก็เหมือนการไปซ่อมรถโดยไม่ยอมดับเครื่องยนต์ครับ


ความรู้พื้นฐานของโรคพังผืดฝ่าเท้าและเอ็นร้อยหวายอักเสบ

โรคพังผืดฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Fasciitis) และ โรคเอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles Tendinitis/Enthesopathy) ### 


สาเหตุและการเกิดโรค เกิดจากการใช้งานข้อเท้าและฝ่าเท้าที่มากเกินไป ทำให้น้ำหนักตกส้นเท้าผิดทิศทาง พังผืดใต้เท้าต้องรับภาระหนักจนเกิดการฉีกขาดระดับโมเลกุล เมื่อเป็นนานๆ ร่างกายจะสร้างพังผืดแข็งๆ มาซ่อมแซมแบบผิดรูป ทำให้เกิดความเจ็บปวดเรื้อรัง

ทำไมเจ็บทั้งใต้เท้าและเอ็นร้อยหวาย?

พังผืดใต้ฝ่าเท้าและเอ็นร้อยหวายนั้น “เชื่อมถึงกัน” ผ่านกระดูกส้นเท้าครับ ถ้าน่องตึง เอ็นร้อยหวายก็จะถูกดึง พอดึงเอ็นร้อยหวาย พังผืดใต้เท้าก็ถูกดึงตามไปด้วย มันจึงมักจะเจ็บคู่กันแบบที่คุณเป็นอยู่ครับ


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้รองช้ำไม่ยอมหาย

  1. กล้ามเนื้อน่องตึงผิดปกติ: นี่คือศัตรูหมายเลขหนึ่งที่คอยดึงรั้งพังผืดใต้เท้าตลอดเวลา

  2. โครงสร้างเท้าผิดรูป: เช่น เท้าแบน หรือเท้าโก่งเกินไป ทำให้น้ำหนักลงไม่สมดุล

  3. รองเท้าที่ไม่เหมาะสม: ใส่รองเท้าพื้นแข็งเกินไป หรือไม่มีตัวช่วยรองรับอุ้งเท้า

  4. น้ำหนักตัว: น้ำหนักที่เกินมาตรฐานทำให้แรงกดลงที่ฝ่าเท้าสูงกว่าปกติหลายเท่า

  5. ภาวะเสื่อมตามอายุ: เมื่อเข้าสู่วัย 50 ปีขึ้นไป ไขมันที่ส้นเท้าจะเริ่มบางลง ทำให้ขาดตัวกันกระแทกตามธรรมชาติ


การตรวจวินิจฉัย: ทำไมต้องตรวจมากกว่าเดิม?

ในเคสที่รักษามานานแล้วไม่หาย หมอจะใช้วิธีการตรวจที่ละเอียดขึ้นครับ:

  • การตรวจร่างกายแบบละเอียด: เพื่อหาว่าจุดปวดมาจากพังผืด หรือมาจาก "เส้นประสาทถูกกดทับ" บริเวณข้อเท้า (Tarsal Tunnel Syndrome) ซึ่งบ่อยครั้งมีอาการคล้ายรองช้ำ

  • การอัลตราซาวด์ (Ultrasound): สำคัญมากครับ หมอจะใช้ดูความหนาของพังผืด ดูว่ามีหินปูนเกาะไหม และดูว่ามีเส้นเลือดที่ผิดปกติ (Neovascularization) เข้ามาเลี้ยงจุดปวดหรือไม่

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกที่ส้นเท้า (Heel Spur) หรือไม่

  • MRI (ในรายที่จำเป็น): เพื่อดูการฉีกขาดของพังผืดหรือการบวมของกระดูกส้นเท้าที่มองไม่เห็นจากการตรวจทั่วไป


แนวทางการรักษา: ทางออกเมื่อช็อกเวฟเอาไม่อยู่

เมื่อทำช็อกเวฟมา 12 ครั้งแล้วยังไม่หาย เราต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ครับ:

1. การรักษาด้วยการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP Therapy)

นี่คือทางเลือกที่ได้ผลดีมากสำหรับรองช้ำเรื้อรังครับ หมอจะนำเลือดของคนไข้มาปั่นแยกเอาเฉพาะส่วนที่มี "ปัจจัยเร่งการซ่อมแซม" (Growth Factors) แล้วฉีดกลับเข้าไปที่จุดเกาะพังผืดและเอ็นร้อยหวาย โดยใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound)นำทางเพื่อให้ยาลงตรงจุดเป๊ะๆ วิธีนี้จะช่วยซ่อมแซมพังผืดที่ "เปื่อย" ให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

2. การสลายเส้นเลือดและเส้นประสาทผิดปกติด้วยเข็ม (Percutaneous Needle Tenotomy)

ในรายที่มีพังผืดแข็งมาก หมอจะใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดเพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ภายใต้การดูผ่านจอมอนิเตอร์อัลตราซาวด์

3. กายภาพบำบัด "น่อง" อย่างจริงจัง

คุณต้องยืดน่องให้ถูกวิธี (Eccentric Loading) เพื่อลดแรงดึงรั้งที่ส้นเท้า ถ้าคุณไม่ยืดน่อง ต่อให้ฉีดยาหรือทำช็อกเวฟดีแค่ไหน อาการก็จะกลับมาอีกครับ

4. การปรับอุปกรณ์เสริม (Orthotics)

การตัดแผ่นรองส้นเท้าเฉพาะบุคคล (Customized Insole) เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและพยุงอุ้งเท้า ลดภาระของพังผืดฝ่าเท้าโดยตรง

5. การใช้ยา (เฉพาะช่วง)

อาจใช้ยาที่เน้นลดอาการปวดจากเส้นประสาทร่วมด้วย หากพบว่ามีการอักเสบของเส้นประสาทฝ่าเท้าร่วมด้วย


พยากรณ์โรค: นานแค่ไหนถึงจะหาย?

สำหรับเคสเรื้อรัง 3 ปี การจะให้หายวับไปใน 3 วันเป็นไปได้ยากครับ แต่หากได้รับการรักษาที่ตรงจุด เช่น การฉีด PRP และการทำกายภาพยืดน่องอย่างถูกวิธี อาการมักจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใน 4-8 สัปดาห์ และสามารถกลับมาเดินได้เกือบเป็นปกติภายใน 3-6 เดือนครับ


ภาวะแทรกซ้อน

  • ปวดลามไปที่เข่าและสะโพก: เพราะพอเจ็บเท้า เราจะเดินกะเผลก ทำให้น้ำหนักไปลงที่ข้ออื่นจนอักเสบตามมา

  • กระดูกงอกรุนแรง: ร่างกายจะสร้างหินปูนมาเกาะที่จุดเจ็บจนกลายเป็นก้อนแข็งถาวร

  • พังผืดฝ่าเท้าฉีกขาดถาวร: จนอุ้งเท้าทรุดตัว


5 วิธีป้องกันรองช้ำไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

  1. ยืดน่องทุกเช้าและก่อนนอน: ห้ามลืมเด็ดขาด เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา

  2. ใส่รองเท้าเดินในบ้าน: ห้ามเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็งเด็ดขาด แม้แต่ในบ้าน

  3. เลือกเลือกรองเท้าที่ส้นสูงกว่าหน้าเท้าเล็กน้อย: ประมาณ 1 นิ้ว เพื่อลดแรงตึงของเอ็นร้อยหวาย

  4. คุมน้ำหนักตัว: เพื่อลดแรงกระแทกโดยตรง

  5. พักเท้าเมื่อมีอาการเตือน: ถ้าเริ่มรู้สึกตึงๆ ให้หยุดพักและประคบเย็นทันที


Q&A Section

Q: ช็อกเวฟ 12 ครั้งแล้วยังไม่หาย ทำต่อดีไหม? A: หมอแนะนำว่าควรหยุดและตรวจวินิจฉัยใหม่ครับ เพราะถ้าทำมา 12 ครั้งแล้วไม่ดีขึ้น แสดงว่าร่างกายอาจไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นด้วยวิธีนี้ หรือมีปัจจัยอื่นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

Q: เจ็บเอ็นร้อยหวายร่วมด้วย เกี่ยวกับรองช้ำไหม? A: เกี่ยวข้องกันโดยตรงครับ เพราะเป็นพังผืดชุดเดียวกันที่เชื่อมผ่านกระดูกส้นเท้า การรักษาต้องทำควบคู่กันทั้งสองจุด

Q: ผ่าตัดคือคำตอบสุดท้ายใช่ไหม? A: ปัจจุบันด้วยเทคนิคการฉีด PRP หรือการใช้เข็มสะกิดภายใต้อัลตราซาวด์ เราสามารถรักษาคนไข้ให้หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดถึง 95% ครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  • รองช้ำเรื้อรัง 3 ปี คือภาวะที่พังผืด "เสื่อมสภาพ" ไม่ใช่แค่การอักเสบธรรมดา

  • การเจ็บร่วมกับเอ็นร้อยหวายบ่งบอกว่า "น่องตึง" เป็นปัจจัยหลักที่ต้องแก้ไข

  • การรักษาด้วย PRP หรือการสะกิดพังผืดด้วยอัลตราซาวด์นำทาง เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเมื่อช็อกเวฟไม่ได้ผล

  • กายภาพบำบัดที่เน้นการยืดน่องอย่างสม่ำเสมอคือหัวใจที่จะทำให้หายขาด

  • อย่าเพิ่งท้อ การวินิจฉัยที่แม่นยำจะนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#รองช้ำ #ปวดส้นเท้า #เอ็นร้อยหวายอักเสบ #เจ็บฝ่าเท้า #ช็อกเวฟไม่หาย #ฉีดPRP #ปวดเท้าเรื้อรัง #น่องตึง #สุขภาพเท้า #หมอเก่งกระดูกและข้อ #PlantarFasciitis #AchillesTendinitis #HeelPain #PRPtherapy #Orthopedics

 


References 

  1. Gollwitzer H, Saxena A, DiDomenico LA, Galli L, Bouche RT, Caminear DS, et al. Clinically relevant effectiveness of focused extracorporeal shock wave therapy in the treatment of chronic plantar fasciitis: a randomized, controlled multicenter study. J Bone Joint Surg Am. 2015;97(9):701-708. PMID: 25948515. doi: 10.2106/JBJS.M.01331.
    การศึกษานี้สุ่มผู้ป่วยรองช้ำเรื้อรังให้รับการรักษาด้วยช็อกเวฟแบบโฟกัสเทียบกับยาหลอก พบว่ากลุ่มช็อกเวฟปวดลดลงมากและพึงพอใจมากกว่า โดยผลข้างเคียงมีเพียงปวดและบวมชั่วคราว เหมาะใช้รองรับการใช้ช็อกเวฟในผู้ป่วยที่รักษาแบบอื่นไม่หาย

  2. Martin RL, Davenport TE, Reischl SF, McPoil TG, Matheson JW, Wukich DK, McDonough CM; American Physical Therapy Association. Heel pain-plantar fasciitis: revision 2014. J Orthop Sports Phys Ther. 2014;44(11):A1-33. PMID: 25361863. doi: 10.2519/jospt.2014.0303.
    แนวทางนี้สรุปหลักฐานสำหรับการวินิจฉัยและรักษาอาการปวดส้นเท้า/รองช้ำ เน้นบทบาทของกายภาพบำบัด เช่น การยืดกล้ามเนื้อ การใช้รองเท้าหรือแผ่นเสริมรองเท้า และการประเมินปัจจัยเสี่ยงเชิงชีวกลศาสตร์

  3. Peerbooms JC, Sluimer J, Bruijn DJ, Gosens T. Positive effect of an autologous platelet concentrate in lateral epicondylitis in a double-blind randomized controlled trial: platelet-rich plasma versus corticosteroid. Am J Sports Med. 2010;38(2):255-262. PMID: 20448192. doi: 10.1177/0363546509355445.
    งานวิจัยนี้เปรียบเทียบการฉีด PRP กับสเตียรอยด์ในผู้ป่วยเอ็นข้อศอกอักเสบเรื้อรัง พบว่าในระยะยาว PRP ช่วยลดปวดและเพิ่มการใช้งานแขนได้ดีกว่า แสดงให้เห็นศักยภาพของ PRP ในการรักษาเอ็นอักเสบเรื้อรัง ซึ่งสามารถอ้างอิงเป็นฐานแนวคิดสำหรับเอ็นอักเสบตำแหน่งอื่นได้

  4. DiGiovanni BF, Nawoczenski DA, Lintal ME, Moore EA, Murray JC, Wilding GE, Baumhauer JF. Tissue-specific plantar fascia-stretching exercise enhances outcomes in patients with chronic plantar fasciitis. A prospective, randomized study. J Bone Joint Surg Am. 2003;85(7):1270-1277. PMID: 12851352. doi: 10.2106/00004623-200307000-00013.
    การทดลองสุ่มนี้แสดงว่าการยืดพังผืดฝ่าเท้าเฉพาะตำแหน่งได้ผลดีกว่าการยืดเอ็นร้อยหวายอย่างเดียว ทั้งในด้านลดปวดและเพิ่มความสามารถในการเดิน/ทำกิจกรรม และผลดีคงอยู่ในระยะยาว จึงสนับสนุนให้ใส่โปรแกรมยืดพังผืดฝ่าเท้าในแผนกายภาพของผู้ป่วยรองช้ำเรื้อรัง

  5. Thomas JL, Christensen JC, Kravitz SR, Mendicino RW, Schuberth JM, Vanore JV, et al. The diagnosis and treatment of heel pain: a clinical practice guideline-revision 2010. J Foot Ankle Surg. 2010;49(3 Suppl):S1-19. PMID: 20439021. doi: 10.1053/j.jfas.2010.01.001.
    แนวทางจากสมาคมศัลยแพทย์เท้าและข้อเท้าอเมริกันที่สรุปแนวทางการประเมินและรักษาปวดส้นเท้า ตั้งแต่การพัก การเปลี่ยนรองเท้า กายภาพบำบัด การฉีดยา ไปจนถึงหัตถการขั้นสูง ช่วยให้แพทย์เลือกวิธีรักษาได้เหมาะกับระดับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย


Comments

Popular posts from this blog

ก้าวแรกเหมือนเหยียบตะปู! เจ็บส้นเท้าทุกเช้า... เช็กด่วน 5 พฤติกรรม "เติมเชื้อไฟ" ให้รองช้ำไม่หายสักที

เลือกรองเท้าเดินอย่างไร? ให้เหมาะกับคนวัย 60+ ที่เริ่มมีอาการปวดส้นเท้า

กระดูกงอกที่ส้นเท้า... ต้องผ่าตัดจริงหรือ? เมื่อ "หนาม" ในเท้าทำให้เรากังวล