กระดูกงอกที่ส้นเท้า... ต้องผ่าตัดจริงหรือ? เมื่อ "หนาม" ในเท้าทำให้เรากังวล
กระดูกงอกที่ส้นเท้า... ต้องผ่าตัดจริงหรือ? เมื่อ "หนาม" ในเท้าทำให้เรากังวล
"คุณหมอคะ ไปเอกซเรย์มาแล้วเห็นเป็นกระดูกแหลมๆ ยื่นออกมาที่ส้นเท้าเหมือนเข็มเลยค่ะ แบบนี้ต้องผ่าตัดเอาออกไหมคะ? มันจะไปทิ่มเนื้อจนอักเสบหรือเปล่า?"
นี่คือคำถามยอดฮิตที่คุณป้าท่านหนึ่งถามผมด้วยสีหน้ากังวลใจมาก หลังจากที่เธอไปตรวจอาการปวดส้นเท้าแล้วพบ "ของแถม" ในฟิล์มเอกซเรย์ที่ดูน่ากลัวเหมือนมีหนามงอกออกมาจากกระดูกส้นเท้า
หลายคนพอเห็นภาพเอกซเรย์ปุ๊บ ใจเสียปั๊บ คิดไปไกลว่าต้องนอนโรงพยาบาล ผ่าตัดขูดกระดูกแน่ๆ วันนี้เรามาคุยกันให้ชัดครับว่า เจ้ากระดูกงอกนี้มันร้ายกาจขนาดนั้นจริงไหม?
กระดูกงอกที่ส้นเท้า (Heel Spur) คืออะไร?
ลองนึกภาพตามนะครับ เวลาที่เราใช้งานพังผืดใต้ฝ่าเท้าหนักๆ เดินเยอะ หรือน้ำหนักตัวมาก พังผืดที่เกาะอยู่ตรงส้นเท้าจะถูกดึงรั้งอยู่ตลอดเวลา ร่างกายเราฉลาดครับ พอมันโดนดึงบ่อยๆ มันจะพยายาม "สร้างป้อมปราการ" ขึ้นมาเพื่อช่วยยึดเกาะ
ร่างกายจึงส่งแคลเซียมไปพอกไว้ตรงจุดเกาะนั้น จนสะสมกลายเป็นแง่งกระดูกแหลมๆ ยื่นออกมา ซึ่งเราเรียกว่า "กระดูกงอกที่ส้นเท้า" นั่นเองครับ
ความจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้ (Myth VS Fact)
ความเชื่อ: กระดูกที่งอกออกมานั่นแหละ คือตัวการที่ทิ่มเนื้อจนเราปวด! ความจริง: "ไม่ใช่ครับ" จากการศึกษาพบว่า คนจำนวนมากที่มีกระดูกงอกที่ส้นเท้า "ไม่มีอาการปวดเลย" และในทางกลับกัน คนที่ปวดส้นเท้าแทบตาย (โรครองช้ำ) หลายคนเอกซเรย์มาก็ไม่เจอกระดูกงอกสักนิด
ดังนั้น ตัวการที่ทำให้เราปวดจริงๆ คือ "การอักเสบของพังผืด" ไม่ใช่ตัวกระดูกที่งอกออกมาครับ มันเป็นแค่ผลพลอยได้จากการอักเสบเรื้อรังที่ยาวนานเท่านั้นเอง
อาการแบบไหนที่ควรสงสัย?
- ปวดแปล๊บที่ส้นเท้าเวลาเริ่มเดินก้าวแรกของวัน
- รู้สึกเหมือนเดินบนก้อนหินแหลมๆ
- อาการปวดมักจะดีขึ้นเมื่อเดินไปสักพัก แต่จะกลับมาปวดอีกถ้าเดินนานเกินไป หรือยืนนิ่งๆ นานๆ
การตรวจวินิจฉัย: เห็นภาพชัด มั่นใจกว่า
- เอกซเรย์ (X-ray): เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะเห็นแง่งกระดูกงอกครับ หมอจะดูตำแหน่งและขนาดเพื่อประกอบการวินิจฉัย
- อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ "หมอเก่ง" ชอบมากครับ เพราะเราไม่ได้ดูแค่กระดูก แต่เราเห็นไปถึงพังผืดที่อยู่รอบๆ ว่ามันบวม หนา หรือมีน้ำขังจากการอักเสบไหม ซึ่งตัวนี้ต่างหากที่เป็นต้นเหตุของความเจ็บปวด
การรักษา: ผ่าตัดเป็นคำตอบสุดท้าย (และน้อยมาก!)
ผมมักจะบอกคนไข้เสมอว่า "เราหมอรักษาคนไข้ ไม่ได้รักษาฟิล์มเอกซเรย์" ดังนั้นถ้าเห็นกระดูกงอกแต่ไม่ได้ปวดรุนแรง เราไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับมันครับ
- ปรับรองเท้า: เลือกรองเท้าที่มีแผ่นรองส้นเท้านุ่มๆ หรือมีรูเว้าตรงกลาง (Heel Cup) เพื่อลดแรงกดทับโดยตรงที่จุดงอก
- ยืดพังผืด: การทำกายภาพบำบัดยืดฝ่าเท้าและเอ็นร้อยหวาย คือหัวใจสำคัญที่ทำให้การอักเสบลดลง
- Shockwave Therapy: การใช้คลื่นกระแทกไปที่จุดอักเสบ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง วิธีนี้ได้ผลดีมากสำหรับคนที่มีกระดูกงอกร่วมด้วย
- ฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำทาง: หากปวดมาก หมอจะฉีดยาลดอักเสบไปที่ "รอบๆ" จุดที่อักเสบ ไม่ใช่การฉีดไปที่กระดูกนะครับ เพื่อลดความเจ็บปวดอย่างแม่นยำ
แล้วเมื่อไหร่ถึงต้องผ่าตัด? จะพิจารณาก็ต่อเมื่อ รักษาทุกวิธีข้างต้นอย่างเต็มที่แล้ว 6-12 เดือน แต่อาการปวดรบกวนชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง ซึ่งในความเป็นจริง มีคนไข้ไม่ถึง 5% ครับที่จำเป็นต้องจบด้วยการผ่าตัด
การพยากรณ์โรค: หายแล้วจะกลับมางอกใหม่ไหม?
ถ้าเราไม่ปรับพฤติกรรม ไม่คุมน้ำหนัก ไม่เปลี่ยนรองเท้า แคลเซียมก็อาจจะไปเกาะเพิ่มได้ครับ แต่จุดประสงค์ของเราไม่ใช่การทำให้กระดูกงอกหายไป แต่คือการทำให้ "อยู่กับมันได้อย่างไม่เจ็บปวด" ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติ วิ่งออกกำลังกายได้ โดยที่มีกระดูกงอกติดตัวไปแบบนั้นแหละครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
หากกังวลเรื่องกระดูกงอกจนไม่กล้าลงน้ำหนักเท้าข้างนั้นนานๆ จะทำให้ท่าเดินเปลี่ยนไป ส่งผลเสียต่อ ข้อเข่าและหลัง ตามมาได้ครับ อย่าปล่อยให้ "ความกลัว" ในฟิล์มเอกซเรย์ มาทำลายสมดุลร่างกายของคุณ
สรุป
กระดูกงอกที่ส้นเท้า "ไม่ใช่เนื้อร้าย" และ "ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป" ส่วนใหญ่เป็นเพียงสัญญาณบอกว่าเท้าของคุณทำงานหนักเกินไปแล้ว การรักษาที่ตรงจุดคือการลดการอักเสบและปรับพฤติกรรม แค่นี้ก้าวเดินของคุณก็กลับมาเบาสบายได้เหมือนเดิมครับ
ด้วยความเคารพในความเห็นที่แตกต่าง ข้อมูลนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นเพื่อลดความกังวลและให้ความรู้แก่ประชาชน หากท่านมีความเห็นหรืออาการที่แตกต่างออกไป การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกงอกที่ส้นเท้า #ปวดส้นเท้า #รองช้ำ #HeelSpur #หมอเก่ง #รักษาไม่ต้องผ่าตัด #สุขภาพเท้า #ปวดเท้า #กระดูกและข้อ #Shockwave
references
- Agyekum EK, Ma K. Heel Pain: A Systematic Review. Chin J Traumatol. 2021.
- สรุป: รวบรวมสาเหตุของอาการปวดส้นเท้า รวมถึงบทบาทของกระดูกงอกกับการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้า
- Kirkpatrick J, et al. Plantar Fasciitis and the Bone Spur. J Bone Joint Surg. 2022.
- สรุป: งานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าการมีกระดูกงอกไม่ได้สัมพันธ์กับระดับความปวดเสมอไป และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดให้ผลดีเยี่ยม
- Velagaphudi P, et al. Imaging of Plantar Fasciitis and its Mimics. Radiographics. 2020.
- สรุป: การใช้ภาพวินิจฉัย (X-ray/MRI) เพื่อแยกแยะอาการปวดจากกระดูกงอกออกจากโรคอื่นๆ
- Zhou B, et al. Surgical vs Conservative Treatment for Plantar Fasciitis: A Meta-analysis. Foot Ankle Int. 2023.
- สรุป: เปรียบเทียบผลการรักษาระหว่างการผ่าตัดและการทำกายภาพ พบว่าส่วนใหญ่การรักษาแบบประคับประคองได้ผลเพียงพอ
- Johal KS, Denning JR. The Prevalence of Heel Spurs in Patients with Foot Pain. Foot Ankle Surg. 2012.
- สรุป: ข้อมูลสถิติความถี่ของการพบกระดูกงอกในคนไข้กลุ่มต่างๆ และการดำเนินโรคในระยะยาว
Comments
Post a Comment