กระดูกงอกส้นเท้า... อันตรายไหม? เจอในฟิล์มเอกซเรย์แล้วต้อง "ผ่าออก" ถึงจะหายปวด?

 

กระดูกงอกส้นเท้า... อันตรายไหม? เจอในฟิล์มเอกซเรย์แล้วต้อง "ผ่าออก" ถึงจะหายปวด?

"หมอครับ ป้าไปเอกซเรย์มา เห็นกระดูกมันงอกออกมาเป็นแหลม ๆ เหมือนเงี่ยงปลาที่ส้นเท้าเลย หมอที่โน่นบอกว่าเป็นกระดูกงอก ป้ากลัวมากค่ะ มันจะไปแทงเนื้อจนเน่าไหม? แล้วต้องผ่าตัดเอาไอ้แหลม ๆ นี่ออกป้าถึงจะกลับมาเดินได้ปกติคะ?"

นี่คือความกังวลใจของ “ป้าประนอม” (นามสมมติ) วัย 60 ปี ที่ถือฟิล์มเอกซเรย์มาหาผมด้วยมืออันสั่นเทา หลายคนพอเห็นภาพกระดูกที่งอกแหลมออกมาจากส้นเท้าในฟิล์ม มักจะจินตนาการไปว่ามันคือ "ตะปู" ที่คอยทิ่มแทกเราอยู่ทุกก้าวเดิน จนอยากจะให้หมอผ่าตัด "ถอน" มันออกไปให้พ้น ๆ

วันนี้ผมจะมาแถลงไขความจริงครับว่า เจ้ากระดูกงอกที่ส้นเท้านี้คืออะไร อันตรายแค่ไหน และความจริงที่ว่า "การผ่าตัด" อาจไม่ใช่คำตอบแรกเสมอไป


กระดูกงอกส้นเท้า (Heel Spur) มาจากไหน? (Pathogenesis)

เพื่อให้เข้าใจง่าย ลองนึกภาพ "พังผืดใต้ฝ่าเท้า" เป็น "เชือก" ที่ขึงตึงอยู่ระหว่างส้นเท้าไปถึงนิ้วเท้าครับ

  1. แรงดึงรั้งสะสม: เมื่อเราน้ำหนักตัวเยอะ ยืนนาน หรือใส่รองเท้าพื้นแข็ง เชือกเส้นนี้จะถูกดึงรั้งตรงจุดเกาะที่ส้นเท้าอยู่ตลอดเวลา
  2. ร่างกายพยายามซ่อม: เมื่อถูกดึงรั้งซ้ำ ๆ จนเกิดแผลเล็ก ๆ ร่างกายจะส่ง "แคลเซียม" มาพอกไว้เพื่อพยายามทำให้จุดเกาะนั้นแข็งแรงขึ้น
  3. กลายเป็นเงี่ยง: นานวันเข้า แคลเซียมที่พอกสะสมก็กลายเป็น "กระดูกงอก" แหลม ๆ ออกมาครับ

ความจริงที่น่าตกใจ: กระดูกงอกนี้ไม่ได้ "แทง" เราครับ แต่สิ่งที่ทำให้เราปวดคือ "การอักเสบของพังผืด" ที่อยู่รอบ ๆ กระดูกงอกนั้นต่างหาก มีคนจำนวนมากที่มีกระดูกงอกแต่ "ไม่มีอาการปวดเลย" ก็มีครับ


สัญญาณเตือน... ปวดแบบไหนที่มาจากกระดูกงอก?

  • เจ็บจี๊ดที่กึ่งกลางส้นเท้า โดยเฉพาะก้าวแรกหลังตื่นนอน
  • เดินนาน ๆ แล้วรู้สึกปวดลึก ๆ ที่ส้นเท้าเหมือนมีอะไรขัดอยู่ข้างใน
  • กดเจ็บแรง ๆ ตรงจุดที่กระดูกงอกอยู่
  • อาการจะทุเลาลงเมื่อได้พัก หรือเปลี่ยนไปใส่รองเท้าที่นุ่มและส้นสูงขึ้นเล็กน้อย

การตรวจที่แม่นยำ (Investigation)

เมื่อป้าประนอมมาหาผม เราจะไม่ได้ดูแค่ฟิล์มเอกซเรย์ครับ:

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อยืนยันว่ามีกระดูกงอกจริง และดูว่ามันยาวขนาดไหน หรือมีกระดูกส่วนอื่นร้าวร่วมด้วยไหม
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้สำคัญมากครับ เพราะหมอจะเห็น "พังผืด" ที่อยู่รอบกระดูกงอก ถ้าพังผืดหนาตัวเกิน 4 มม. แสดงว่าตัวการปวดที่แท้จริงคือ "โรครองช้ำ" ไม่ใช่ตัวกระดูกงอกครับ
  • การตรวจเลือด: ทำในรายที่หมอสงสัยโรคข้ออักเสบอื่น ๆ เช่น รูมาตอยด์ หรือเก๊าท์ เพื่อแยกโรคให้ชัดเจน

ต้องผ่าออกไหม? แนวทางการรักษาที่ถูกต้อง

ผมบอกป้าประนอมเสมอว่า "เราไม่ได้รักษาฟิล์มเอกซเรย์ แต่เรารักษาคนไข้ครับ"

  1. ไม่ต้องผ่าตัด (95% ของคนไข้): การรักษาจะเน้นไปที่การลดการอักเสบของพังผืดรอบ ๆ เช่น การยืดน่อง, การใส่แผ่นรองส้นเท้าที่เจาะหลุม (Heel cup), และการทานยาลดอักเสบ
  2. คลื่นกระแทก (Shockwave Therapy): เป็นพระเอกของยุคนี้ครับ คลื่นเสียงจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมพังผืดที่อักเสบเรื้อรังรอบกระดูกงอกได้ดีมาก โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด
  3. การฉีดยาด้วย Ultrasound: หากปวดมาก หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่จุดอักเสบได้แม่นยำ โดยไม่ต้องไปโดนตัวกระดูกงอกโดยตรง
  4. การผ่าตัด (เฉพาะกรณี): หมอจะพิจารณาผ่าตัดก็ต่อเมื่อรักษาทุกวิธีแล้ว 6-12 เดือนไม่ดีขึ้น และปวดจนเดินไม่ได้จริง ๆ เท่านั้นครับ

พยากรณ์โรค: หายแล้วกระดูกงอกจะหายไปไหม?

  • กระดูกงอกจะยังอยู่: แม้จะหายปวดแล้ว กระดูกงอกในฟิล์มเอกซเรย์จะยังอยู่เหมือนเดิมครับ แต่มันจะ "ไม่ส่งเสียง" หรือสร้างความปวดให้เราอีกถ้าเราดูแลพังผืดได้ดี
  • การกลับเป็นซ้ำ: เกิดขึ้นได้ถ้ากลับไปน้ำหนักตัวเพิ่ม หรือใส่รองเท้าบาง ๆ เดินบนพื้นแข็ง ๆ อีกครั้ง

สรุป

กระดูกงอกส้นเท้า "ไม่อันตราย" และ "ไม่จำเป็นต้องผ่าออกเสมอไป" ครับ ตัวแหลม ๆ ที่เห็นในฟิล์มไม่ใช่สาเหตุหลักของความปวด แต่มันคือผลลัพธ์ของการใช้งานหนัก การรักษาที่ถูกจุดคือการลดอักเสบและปรับพฤติกรรม แค่นี้ป้าประนอมก็กลับมาเดินฉิวได้โดยไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัดแล้วครับ

"อย่าตกใจกับภาพในฟิล์ม จนลืมฟังเสียงความเจ็บปวดที่แท้จริงของร่างกายครับ"


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกงอกส้นเท้า #ปวดส้นเท้า #รองช้ำ #ไม่ต้องผ่าตัด #HeelSpur #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #Shockwave #สุขภาพผู้สูงอายุ #เอกซเรย์เท้า


References

  1. Kirkpatrick J, et al. (2017). Plantar Fasciitis and Bone Spurs: Clinical Presentation and Management. (การนำเสนออาการและการจัดการภาวะกระดูกงอกร่วมกับรองช้ำ)
  2. Toomey EP. (2009). Plantar heel pain. Foot and Ankle Clinics. (อธิบายว่ากระดูกงอกส้นเท้าไม่ใช่สาเหตุหลักของความเจ็บปวดในผู้ป่วยส่วนใหญ่)
  3. Johal KS, Denning JR. (2012). The prevalence of heel spurs in a symptomatic population. (การศึกษาความชุกของกระดูกงอกส้นเท้าในกลุ่มคนที่มีและไม่มีอาการปวด)
  4. Ahn JH, et al. (2020). Comparison of clinical outcomes between patients with and without heel spurs. (เปรียบเทียบผลการรักษาพบว่ามีหรือไม่มีกระดูกงอก ผลลัพธ์การหายปวดไม่ต่างกันมาก)
  5. American Academy of Orthopaedic Surgeons (2021). Plantar Fasciitis and Bone Spurs. (แนวทางมาตรฐานของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์อเมริกัน)

Comments

Popular posts from this blog

ก้าวแรกเหมือนเหยียบตะปู! เจ็บส้นเท้าทุกเช้า... เช็กด่วน 5 พฤติกรรม "เติมเชื้อไฟ" ให้รองช้ำไม่หายสักที

เลือกรองเท้าเดินอย่างไร? ให้เหมาะกับคนวัย 60+ ที่เริ่มมีอาการปวดส้นเท้า

กระดูกงอกที่ส้นเท้า... ต้องผ่าตัดจริงหรือ? เมื่อ "หนาม" ในเท้าทำให้เรากังวล